พระอาจารย์วรวุฒิ เขมโก - แยกธาตุ แยกขันธุ์

02-Feb06-64-QA-intro

คำถาม : สภาวะแยกธาตุ แยกขันธุ์เป็นอย่างไร


คำตอบ : ผู้ที่สามารถแยกธาตุแยกขันธุ์ได้ ผู้นั้นต้องทำสมาธิก่อน สมาธิในแบบเข้าฌาณนะ ถ้าเข้าฌาณได้กำลังสมาธิจะลึก จะมีพลังมาก ธาตุขันธุ์ก็คือนี่ ประกอบขึ้นเป็นร่างกายเรา แยกธาตุแยกขันธุ์ อันนี้ไม่ใช่ขันธ์นะ เป็นรูปเฉยๆ ขยับเขยี้อนเคลื่อนไหว ... รูปเราขยับ ถ้าธาตุขันธุ์นี้ต้องระดับสมาธิลึกๆ ถึงจะแยกได้ อย่างเราแยกไม่ได้หรอก

 

คำถาม : ทำไมต้องแยกธาตุ แยกขันธุ์


คำตอบ : ที่ต้องแยก ท่านแยกเพราะว่ากายนี้เนี่ยมันไม่ใช่ของเราจริงๆ มันเป็นแค่ธาตุเท่านั้นเอง เห็นอย่างนี้ต้องเห็นด้วยกำลังสมาธิ สติ ปัญญา ต้องใช้สมาธิที่ลึกๆ ถึงจะแยกได้ การแยกต้องพิจารณาเอง สำหรับผู้ที่เข้าฌาณได้ แยกกายอย่างนี้เป็นธาตุ 4


        ดิน ... เป็นแข็งๆ ทั้งหมดเลย ของแข็งๆ ในร่างกายเรารวมทั้งเส้นผมด้วย ของแข็งๆ ในร่างกายนี่เรียกว่าธาตุดิน
        ของเหลว ... ตั้งแต่น้ำเลือด น้ำหนอง น้ำลาย ... น้ำทั้งหมด เรียกว่าธาตุน้ำ
        ธาตุไฟ ... ไฟที่ผิวหนัง อุ่นๆ เราทานอาหารลงไป ช่วยย่อยอาหาร เขาเรียกว่าธาตไฟ
        ธาตุลม ... ก็ทั้งหมดตั้งแต่ลมหายใจ ลมในท้อง ลมในใส้ สารพัดลม ในร่างกายเรานี่ มันจะมีลมอยู่ทั้งนั้น มีช่องว่างตรงไหนมันจะมีลมไปอยู่ตรงนั้น


        ธาตุเหล่านี้ถ้ามันแปรปรวน ถ้ามันไม่เสมอกันเมื่อไร เราเป็นไข้ตัวร้อน เพราะธาตุไฟมาก ถ้าตัวเย็นก็ไม่สบายเหมือนกัน ถ้าธาตุน้ำ ธาตุไฟเราน้อย เราจะไม่สบายทันที ที่เรายังปกติอยู่เพราะธาตุมันเสมอกัน เป็นอย่างนั้น นี่แหละการแยกออกมาเป็นธาตุ ก็เพื่อพิจารณาว่า "ร่างกายนี้ มันไม่ใช่ของเราจริงๆ มันเป็นเพียงธาตุประกอบกันขึ้นมาเป็นตัวคน ตัวเราเท่านั้นเอง เมื่อเราก็ไปยึดมั่นว่าตัวเรา ... ของเรา ... ใช่ไหม ... ตัวเรา ... ของเรา ของเราก็คืออะไรละ บ้านเรา รถเรา นี่มันมาจากตัวเราก่อนนะ มันมาจากธาตุ นี่เราแยกอย่างนี้ วิปัสนาต้องแยก แยกธาตุ แยกขันธุ์ แยกจิตออก"

        
       นี่คือขั้นวิปัสสนา ท่านแยกอย่างนั้นนะ แยกว่ามันไม่ใช่ตัวเรา เป็นเพียงธาตุ สำหรับผู้ที่ทำสมาธิลึกๆ ได้ จะเดินทางนี้ เดินทางแยกธาตุ แยกขันธุ์

 

คำถาม : แยกธาตุ แยกขันธุ์ เพื่ออะไร ดีอย่างไร


คำตอบ : ก็ตอบไปแล้วรวมๆ กัน เหตุที่ต้องแยกเพราะกิเลสมันอยู่ตรงนี้ ใช่ไหมละ "นี่ก็เรา! นี่ก็เรา! ไหนละเรา! อันนี้มันธาตุ ... เหมือนรถยนต์ เอาพวงมาลัย เอาล้อออก เหมือนกัน ไหนละรถ มีล้อเดียววิ่งได้ไหม ก็วิ่งไม่ได้ แต่พอเราประกอบกันเข้า ... งามเลย ใครจะเฉี่ยวก็ไม่ได้ ขึ้นปิ๊ดทันที ใช่ไหม ของของเราซื้อมาแพง หวงแหนอยู่นั่นละ ฝนตกก็ไม่ได้ ตากแดดก็ไม่ได้ กลัวมันเสียหาย แพงเหลือเกินนะ ทุกข์กับรถไหม

 

อบรมสมาธิภาวนา (ปิดวาจา)

พระอาจารย์วรวุฒิ เขมโก วัดป่าช้างเผือก จ.เลย

6 มกราคม 2564

 

ถอดความและเรียบเรียงโดย คุณทองใบ เหล็งพั้ง (ป้าแจ๊ว)

 

Related items

เกี่ยวกับเรา

Maya-Logo3

มูลนิธิมายา โคตมี เป็นองค์กรการกุศลที่ไม่หวังผลกำไร เพื่อสนับสนุนเยาวชนในด้านการศึกษาและสร้างเสริมจริยธรรม และเพื่อการพัฒนาตนตามหลักพระพุทธศาสนา

Contact Us/ติดต่อเรา

มูลนิธิมายา โคตมี

3 ซอยกรุงเทพกร๊ฑา 20 แยก 7
แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ   10250

โทร. 02-368-3991, 085-662-5490

E-mail: mayagotami.web@gmail.com

facebook : MayaGotami Foundation

www.mayagotami.net

line id : @mayagotami

แผนที่มูลนิธิ